อสม.ดีเด่น ระดับภาค ปี 2553 สาขาการแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น
May 9th 2010adminสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย
May 9th 2010adminสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย
Sep 10th 2009adminสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย
กระบวนการจัดการความรู้ของแกนนำสุขภาพภาคประชาชนสู่สุขภาพพอเพียง
มุมมองการดูแลสุขภาพ การปฏิบัติตัวของ อสม.เครือ
การกิน อยู่กินง่ายๆ ไม่กินอาหารดิบ หรือ สุกๆ ดิบๆ ไม่กินเนื้อวัว (พ่อไม่กินเนื้อวัว เลยยึดถือตามพ่อ) ปลูกผักที่นา และตามแนวรั้วบ้านเพื่อประกอบอาหารกินเอง ไม่ซื้ออาหารสำเร็จรูปรับประทาน การทำงาน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่อ้อย รับจ้างใช้แรงงาน เช่น ดำนา ทำไร่อ้อย การออกกำลังกาย ออกกำลังกายแบบ Continue Reading »
Jul 8th 2009adminสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย
นางเครือ เนตรภักดี
40 หมู่ที่ 10 บ้านหนองเหี้ย ตำบลหนองหว้า อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี
(download ไฟล์นำเสนอผลงานสาขาการแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ปี 2553)
********************
คติพจน์ประจำใจ
ฉันมีนวดแผนไทยไว้ประจำจิต
ฉันนั้นคิดรักษาไว้ให้ลูกหลาน
เมื่อยามเจ็บฉับพลันได้ทันการณ์แผนโบราณนี้ดี ไม่ทิ้งไป
หากเกิดอุบัติเหตุด้านแขนขาจะช่วยท่านให้หายดี
มียาตั้ง ยาประคบล้วนมากมีให้น้องพี่รักษาไว้ให้ยืนนาน

นวัตกรรม “มหัศจรรย์ กะลานวดฝ่าเท้า”
ความเป็นมา ดิฉันได้รับประสบการณ์จากพ่อ เคยเห็นพ่อให้คำแนะนำผู้ป่วยที่มีอาการมึนชาปลายเท้า ปวดน่อง ปวดเอว เหยียบบนกะลา คลึงฝ่าเท้าบนกะลา พ่อแนะนำให้เขาทำทุกวัน หลังจากทำอยู่ประมาณ 3-4 สัปดาห์ จะมีอาการดีขึ้น และทำต่อเรื่อยๆแม้จะหายแล้วก็ตาม แม่พิณ รัตนจุล ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้าน มีอาการปวดเข่า ปวดขา ปวดเอว เนื่องจากทำงานด้านเกษตรกรม ดิฉันได้แนะนำให้นวดเท้าด้วยกะลาทุกเช้าเย็น ทำอยู่ประมาณ 3 สัปดาห์อาการดีขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นได้เริ่มมีการสร้างลานกะลาที่บ้านของดิฉัน ไว้ให้คนไข้ที่มารับการนวดได้เหยียบ ได้นวด และนำไปปฎิบัติต่อที่บ้านจนอาการดีขึ้น จึงเป็นการเล่าปากต่อปาก ได้เกิดเครือข่ายภายในหมู่บ้านขึ้น เพราะคนในหมู่บ้านส่วนมากมีอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ มักมีอาการปวดขาสองข้าง เมื่อนวดฝ่าเท้าด้วยกะลา ประมาณ 3 สัปดาห์ อาการมึนชาปลายเท้าน้อยลง อาการปวดขา ปวดเอวน้อยลง และดีขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันได้เกิดเครือข่ายลานกะลาในหมู่บ้าน 15 หลังคาเรือน และหมู่บ้านอื่นๆในตำบลอีก 2 หมู่บ้าน
ผลการดำเนินงานต่างๆ

1. เป็นวิทยากรเผยแพร่ด้านการแพทย์แผนไทย
- 1.1 ชุมชน ให้ความรู้เรื่องสมุนไพรกับประชาชน ผู้นำชุมชน และกลุ่มอสม. และให้ความรู้ทางหอกระจายข่าว
- 1.2 โรงเรียน เป็นวิทยากรบรรยายเรื่องการใช้สมุนไพรในการรักษาโรคในห้องเรียน สนับสนุนและร่วมปลูกสมุนไพรในโรงเรียน จำนวน 2 แห่ง อบรมการนวดคลากล้ามเนื้อให้กับนักเรียนในโรงเรียน 1 แห่ง
- 1.3 วัด ร่วมส่งเสริมการปลูกสมุนไพรในวัด แลกเปลี่ยนเรียนรู้สมุนไพร กับพระสงฆ์ บำรุงรักษาสมุนไพรภายในบริเวณวัด และแลกเปลี่ยนสมุนไพร ตำรายา
2. บริการนวดไทยเพื่อส่งเสริมสุขภาพและการรักษาโรคเบื้องต้น
ให้บริการนวดรักษาโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นที่นิยมของชาวบ้านและที่สำคัญ ลดการใช้ยาแผนปัจจุบันกลุ่มยาลดไข้บรรเทาปวด
3. การใช้สมุนไพรในการรักษา
3.1 ปลูกพืชสมุนไพรปลูกสมุนไพรที่บ้าน และที่นา เพื่อใช้ในรักษาผู้ป่วยและทำลูกประคบ ที่บ้านปลูก ว่านถอนพิษ เครือเอ็นอ่อน ไหลแดง เสลดพังพอน ขมิ้น ไพล ข่า โด่มิรู้ล้ม ปลีกปลีขาว ปลีกปลีแดง หญ้าหมวดแมว ว่านเงาะ ที่นาปลูก หญ้าหนวดแมว ฟ้าทะลายโจร ไพล ข่า ขิง ขมิ้นชัน ตะไคร้วและสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกสมุนไพรในบ้านตัวเอง โดยเฉพาะสมุนไพรในการทำอาหาร เช่น ข่า ตะไคร้ ส่วนสมุนไพรในการรักษาพยาบาล เช่น หญ้าหนวดแมว ว่านหางจระเข้ ขมิ้นชัน เป็นต้น3.2 จัดทำลูกประคบสมุนไพรโดยใช้สมุนไพรที่ปลูกเอง และรับซื้อจากชาวบ้านเพื่อนำมาทำลูกประคบของเครือข่าย ทำทั้งลูกประคบแห้งและลูกประคบสด โดยได้รับการสนับสนุนผ้าด้ายดิบในการห่อลูกประคบจากวัดโคกศรีสว่างบ้านหนองเหี้ย ในระดับตำบลที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและการแพทย์แผนไทย สอ.บ้านห้วยบง ได้ผลิตลูกประคบใช้ในการให้บริการ และจำหน่ายให้แก่ผู้รับบริการและประชาชนทั่วไป
4. การสร้างและพัฒนาเครือข่ายหมอพื้นบ้าน
ในปีพ.ศ.2547 เริ่มก่อตั้งชมรมหมอพื้นบ้านตำบลหนองหว้า อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ได้เป็นผู้ประสานการจัดตั้งเครือข่ายหมอพื้นบ้าน ปี 2550 ประสานงานกับสอ.ห้วยบง ในการจัดตั้งขมรมหมอพื้นบ้าน ได้สำเร็จ โดยมีนาย
เมฆ พละแสน หมอเป่ากระดูก เป็นประธานชมรมหมอพื้นบ้าน มีสมาชิก 52 คน ปัจจุบันตนทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ชมรมหมอพื้นบ้าน ปี 2551 ประสานการจัดเวทีเสวนาหมอพื้นบ้าน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการแพทย์แผนไทย5. ระดมทุน จัดตั้งกลุ่มอสม.ผลิตลูกประคบสมุนไพร
ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกพืชสมุนไพร และรับซื้อสมุนไพรจากชาวบ้าน นำมาผลิตลูกประคบเพื่อใช้และจำหน่าย เป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนตามโครงการพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
6. จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ด้านการแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น
โดยมีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ที่โรงเรียน 2 แห่ง วัด 1 แห่ง และที่ดอนปุ๋ตา 1 แห่ง
7. จัดเวทีเสวนาหมอพื้นบ้าน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ และได้รวบรวมองค์ความรู้จากสมาชิกชมรมหมอพื้นบ้าน จัดทำทำเนียบหมอพื้นบ้าน และตำรายาหมอพื้นบ้าน