นับหนึ่งอีกครั้ง กับงานคุ้มครองผู้บริโภค
Sep 1st, 2009 by admin
คุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข เป็นกิจกรรมหนึ่งของงานสาธารณสุขมูลฐาน ทั้งภาครัฐและชุมชนดำเนินการร่วมกัน กิจกรรมหลักๆ ประกอบด้วย การตรวจร้านชำ ตลาด โรงงาน สถานประกอบการ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ต่างๆ ให้ประชาชนในเขตรับผิดชอบได้รับรู้ มากบ้างน้อยบ้างเท่าที่กำลังคนและงบประมาณจะมี งานที่ชัดเจนจนชินตา เป็นที่รับรู้กันทั่วไป คือ การตรวจร้านชำ กำหนดปีละครั้งสองครั้ง ตามกรอบงานที่กำหนด การลงพื้นที่ให้ความรู้ประชาชนตามแผนงาน ตามโอกาสที่เหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ในส่วนของชุมชนผู้รับบทบาทเรื่องนี้ เป็นกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ( อสม. ) บทบาทที่มองเห็น เป็นคนคอยประสานพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการออกปฏิบัติงาน เช่น การออกตรวจร้านชำ ตรวจตลาด เป็นต้น มีโอกาสในการเผยแพร่ความรู้สู่เพื่อนบ้านบ้าง แต่กิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการล้อตามภาครัฐที่วางแนวทางตามกรอบงานที่กำหนด การทำงานในลักษณะงานประจำ มีแผนกิจกรรมที่เหมือนๆกันทุกพื้นที่ การทำงานตามเงื่อนไขงบประมาณ เวลาที่ตายตัว ทำให้เกิดข้อจำกัดมากมาย ประเด็นที่ 1 การทำเรื่องคุ้มครองผู้บริโภคตามแนวทางงานประจำของภาครัฐ และ อสม. เดินตามกรอบกิจกรรมนั้น เป็นงานที่ทำให้เสร็จตามภาระหน้าที่ที่กำหนด ขาดจิตวิญญาณในการทำงาน ขาดชีวิตชีวาไม่ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของคนในชุมชน ประเด็นที่ 2 ตามปัญหาไม่ทัน โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง อาหารการกิน หวังพึ่งการตรวจสอบจากภาครัฐฝ่ายเดียว คงไม่เพียงพอ รัฐมีข้อจำกัดเรื่องคน เรื่องงบประมาณ ขั้นตอนระเบียบการทำงาน ไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ประเด็นที่ 3 ขาดการมีส่วนร่วม ปัญหาอยู่ในพื้นที่ แต่หวังพึ่งภายนอกมาแก้ปัญหา เมื่อภายนอกดำเนินการเสร็จและออกจากพื้นที่ ปัญหาทั้งเก่าและใหม่กลับมา ชุมชนทำอะไรไม่ได้ ขาดกระบวนการจัดการกับปัญหาที่ตนเองต้องเผชิญอยู่ตลอดเวลา ประเด็นที่ 4 ขาดนวัตกรรมใหม่ๆ ในการสร้างกระบวนการการเรียนรู้ รูปแบบที่ดำเนินการอยู่ถูกกำหนดให้ทำงานตามกรอบคิดเดิมๆ รูปแบบเดิมๆ โดยไม่มีโอกาสให้ปฏิรูปแนวคิดใหม่ คิดออกนอกกรอบกติกาเดิมที่เคยปฏิบัติมา ประเด็นที่ 5 มาตรการทางกฎหมาย แทบไม่มีความหมายในพื้นที่ชนบทห่างไกล เนื่องจากขาดการรับรู้ คนผลิต คนขาย คนบริโภค ห่างไกลตัวบทกฎหมายเกินไป เกินกว่าที่จะหยิบยกมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ประเด็นที่ 6 การทำงานขาดการยอมรับจากชุมชน ขาดความน่าสนใจ บางกิจกรรมสร้างความแตกแยก ขัดแย้งก็มี เช่น การตรวจร้านชำ เจ้าหน้าที่ที่ไปตรวจ อาจถูกมองว่าไปจับผิด อสม ที่ไปช่วยเจ้าหน้าที่ อาจถูกมองว่าเป็นคนคอยแจ้งเบาะแส เกิดความไม่พอใจกันหลายฝ่าย ไม่เป็นผลดีต่อการทำงาน
ปัญหารอบด้านเรื่องการบริโภค ใช่จะเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด ทุนเดิมที่มีอยู่ให้เราเก็บเกี่ยวใช้สอย คือ ภาครัฐ สถานบริการสาธารณสุข สถานีอนามัย เป็นสถานบริการระดับต้น อยู่ในพื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน อสม เป็นตัวตนของพื้นที่ที่คอยขับเคลื่อนเรื่องนี้อยู่ และทั้งสองส่วนมีภาระหน้าที่ที่เชื่อมโยงเป็นเนื้อเดียวกันอยู่แล้ว มีการพบปะพูดคุย โดยเฉพาะเรื่อง พิษภัยในอาหาร เป็นเรื่องหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยบ่อยครั้ง เป็นเรื่องที่วงสนทนาสนใจเป็นพิเศษ เป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเผชิญ หลีกเลี่ยงไม่ได้ โอกาสหนึ่ง ในการเข้าร่วมเวทีประชาสังคมสุขภาพจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2545 มีการพูดคุยถึงการทำกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ โดยมีคณะทำงานพัฒนาโครงการสร้างเสริมสุขภาพ คอยขับเคลื่อน ได้รับแรงหนุนด้านงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ( สสส ) เป็นจังหวะที่กลุ่มต้องการขยับเรื่องนี้ ในขณะนั้น ทางกลุ่มมีเพียงความคิดกว้างๆ ว่าจะทำเรื่องอาหารปลอดภัย ตั้งใจจะทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมชัดเจน ทำระบบชาวบ้าน กลุ่มเสนอตัวรับโอกาสนี้ จากแนวคิดกว้างๆ เรื่องอาหารปลอดภัย ถ่ายทอดสู่คณะทำงานพัฒนาโครงการสร้างเสริมสุขภาพนครศรีธรรมราช ร่วมเรียนรู้สาระเนื้อหากิจกรรมเพิ่มเติมมากมาย แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งในการร่วมหารือ ที่นำไปสู่ประกายความคิดของกลุ่ม คือ ทุกคนรับทราบว่าอาหารหลายชนิดมีสารเจือปนที่เป็นอันตราย ทราบว่าอาหารทะเลมีฟอร์มาลีน ทราบว่าหน่อไม้ดองมีสารฟอกขาว สารกันรา และอาจมีสารอื่นๆที่เป็นอันตรายเจือปนอยู่ แต่เราเพียงรับทราบ บอกกล่าวกันเท่านั้น ถ้าเรามีเครื่องมือที่แยกสิ่งที่เป็นอันตรายเหล่านั้นออกมา ชี้ให้เห็นหน้าตาที่ปะปนอยู่ คนที่ได้เห็น ได้สัมผัส คงตระหนักถึงพิษภัยเป็นอย่างดี และคงไม่ต้องให้ใครบอกเตือนอีกต่อไป “ ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา “ เป็นประกายความคิดที่เราอยากทำ อยากนำมาดำเนินการในพื้นที่ และอีกหลายกิจกรรมที่ผ่านมาตามกระบวนการพัฒนา จนนำไปสู่ งานคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน ที่เรียกได้ว่า “ นับหนึ่งอีกครั้งกับงานคุ้มครองผู้บริโภค ” ที่บางขัน นครศรีธรรมราช เมื่อได้รับการพัฒนากิจกรรมโครงการจากคณะทำงานเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพนครศรีธรรมราช มาระยะหนึ่ง และมีการระดมความคิดเห็นจากแกนนำหลายรอบ จนได้ทิศทางการเคลื่อนงานคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน โดยกำหนดแนวทางกิจกรรมกว้างๆไว้ 3 ระยะ คือ
