Posts Feed
Comments Feed

ถอดบทเรียนงานคุ้มครองผู้บริโภค

meet2.jpg

ถอดบทเรียนเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค (download ไฟล์ที่นี่)

บ้านตระแบกใหญ่  หมู่ที่10  ตำบลเขวาสินรินทร์  อำเภอเขวาสินรินทร์  จังหวัดสุรินทร์

ผู้ดำเนินการ ภญ.วรดา  เจริญศิริ   เภสัชกร  7  โรงพยาบาลสุรินทร์    และ  นางขอขวัญ  เอกธนพงษ์  กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค  สสจ.สุรินทร์         Continue Reading »

No Comments »

การดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน

การจัดกิจกรรมเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานร้านขายของชำในชุมชน

 1-copy.jpg4.jpg 2.jpg

มูลเหตุจูงใจการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคในหมู่บ้าน  

  • เนื่องมาจากจากชาวบ้านในหมู่บ้านตระแบกใหญ่ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารจากสื่อถึงอันตรายจากการบริโภคอาหารที่มีสารปนเปื้อน  และได้รับคำแนะนำจากผู้นำด้านสุขภาพ  เช่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข  อสม. ผู้นำชุมชน และได้รับประสบการณ์ตรงจากการพิษภัยจากยาชุดเช่นอาการบวมน้ำ โรคกระดูกผุจากการเผาศพผู้ที่กินยาชุดเป็นประจำ  ส่งผลให้ชาวบ้านเกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญของการบริโภคมากยิ่งขึ้น

การกำหนดบทบาทของประชาชนในชุมชน

  •           มีคณะกรรมการหมู่บ้านมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขทำหน้าที่ในการตรวจสอบเฝ้าระวัง และให้ความรู้แก่ร้านค้าให้เลือกอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยมาไว้จำหน่ายในชุมชน ให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป และนักเรียนเกี่ยวกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน มีหน้าที่ตรวจสอบดูแลรถเร่ขายของต่างๆ ในหมู่บ้าน กลุ่มแม่บ้านมีหน้าที่เฝ้าระวังดูแลการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์

 การดำเนินกิจกรรมที่สำคัญ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน ที่สำคัญ

  •             ส่งเสริมให้มีการใช้สมุนไพรพื้นบ้าน แทนการเลือกซื้อยาชุดมาจำหน่ายในร้านขายของชำมีการนำสมุนไพรมาใช้ป้องกันและรักษาโรคบางโรคแทนการใช้ยาชุด เช่น การต้มต้นกันตรุม กันตรวง ดื่มแทนน้ำเปล่าป้องกันอาการผิดสำแลง เป็นต้น 

  •             การให้ความรู้แก่นักเรียน ครู ประชาชนและผู้ประกอบการร้านขายของชำในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์  ไม่ให้ซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่นำสินค้าที่ผลิตไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่าย   เช่น  สินค้าที่ห้ามจำหน่าย เช่น   ยาชุด   อาหารที่มีสารปนเปื้อน เช่น ผักที่มียาฆ่าแมลง  ปลาทูเค็มผสมสี เป็นต้น

  •             การให้ความรู้กลุ่มแม่บ้านงานสุขาภิบาลอาหารมีหน้าที่คอยเฝ้าระวังเรื่องความสะอาดของอาหารเวลามีการจัดงานบุญในหมู่บ้าน  การช่วยกันเฝ้าระวังและดูแลความสะอาดของร้านอาหาร  และร้านขายของชำในหมู่บ้าน                  

  •             ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนปลูกผักรับประทานเองในหมู่บ้าน โดยดัดแปลงยางรถยนต์ให้เป็นที่ปลูกพืชผักสวนครัวแบบเกษตรอินทรีย์เพื่อการบริโภคเองในครัวเรือน  และจำหน่ายในหมู่บ้าน

    5.jpg      การใช้มาตรการทางสังคม

          ไม่ใช้บริการร้านค้าที่ไม่รักษาความสะอาด  พ่อค้า  แม่ค้ารถเร่ที่นำสินค้ามาจำหน่ายในหมู่บ้าน  ต้องผ่านตรวจสอบสินค้าจากคณะกรรมการ  ก่อนอนุญาตให้จำหน่าย การแก้ปัญหาการเผาถุงพลาสติก  ยางรถยนต์  มีการรณรงค์ให้ใช้ตะกร้า  หรือวัสดุธรรมชาติในการห่อ  หรือบรรจุอาหาร ห้ามการเผายาง  หรือถุงพลาสติก  และรื้อฟื้นประเพณีการหิ้วปิ่นโต                  

 

           ผลการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภค จากการดำเนินงานส่งผลให้ชุมชนดังนี้

  •             ประชาชนสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารได้ถูกต้องทำให้สามารถคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่เข้าจำหน่ายในหมู่บ้านได้  ประชาชนก็ไม่บริโภคยาชุด 

  •             ผู้ประกอบการร้านขายของชำให้ความร่วมมือในเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ถูกต้องมาจำหน่าย  และให้ความสำคัญกับเรื่องสุขาภิบาลอาหาร

  •             เกิดเครือข่ายในการดำเนินงานเฝ้าระวังด้านคุ้มครองผู้บริโภคในหมู่บ้าน  มี อสม. แนะนำให้ความรู้ และตรวจร้านชำในหมู่บ้าน  ผู้ประกอบการ  ผู้ผลิตในชุมชนที่มีหน้าที่ผลิตและนำสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัยสำหรับการบริโภคมาสู่ชุมชนและประชาชนในชุมชน ร่วมกันดำเนินการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพเกิดเป็นเครือข่ายในการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยในชุมชน และขยายผลไปหมู่บ้านอื่นหรือตำบลพื้นที่อื่นๆ ด้วย

No Comments »

การจัดกิจกรรมการส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย

การจัดกิจกรรมการส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย

21.jpg  32.jpg1.jpg

 มูลเหตุจูงใจ  

  •          ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  ได้ประกาศนโยบายให้จังหวัดสุรินทร์            สุรินทร์เมืองเกษตรอินทรีย์ สนใจเทคโนโลยี ยี่สิบนาทีออกกำลังกาย  ดำเนินการจัดการรณรงค์ไถกลบตอซังข้าว ส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์ มีระบบการตรวจสอบการจัดทำเกษตรอินทรีย์ จัดอบรมแกนนำประชาชนในทุกหมู่บ้าน/ชุมชนเกี่ยวกับการเกษตรอินทรีย์ จากนโยบายดังกล่าวประกอบกับสภาพปัญหาเรื่องของปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงขึ้น ดินเสื่อมโทรม และการขาดทุนจากการทำนา จึงริเริ่มมานำแนวทางดังกล่าวมาใช้ในชุมชน

        

  การกำหนดบทบาทของประชาชน

  •        มีคณะกรรมการชุมชนส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนปลูกผักรับประทานเองในหมู่บ้านและมีกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ดำเนินการจัดหาและจำหน่ายวัสดุและเมล็ดพันธ์ การจัดทำและจำหน่ายกากน้ำตาล ปุ๋ยอินทรีย์ แก่สมาชิกและประชาชนทั่วไป การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้แก่สมาชิก การควบคุมคุณภาพมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ การจัดการด้านการตลาดโดยการรับซื้อข้าวจากสมาชิก และแปรรูปส่งจำหน่ายตลาดต่างประเทศ 

 การดำเนินงานส่งเสริมการบริโภคอาหารปลอดภัย

  •       โดยใช้การเกษตรอินทรีย์มีกระบวนการดำเนินงานที่สำคัญ 5 กระบวนการ คือ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกษตรอินทรีย์ การจัดตั้งกลุ่มในชุมชน กระบวนการผลิตปุ๋ยชีวภาพ  กระบวนการผลิตและตรวจสอบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และกระบวนการทางด้านการตลาดเกษตรอินทรีย์ 

  •  การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกษตรอินทรีย์ หน่วยงานภาครัฐจัดกิจกรรมการอบรมเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ แก่แกนนำประชาชนในชุมชน ลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หมอดินอาสา อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเกษตรอินทรีย์ การรณรงค์ตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดเกษตรกรเพื่อสร้างความตระหนักในการบริโภคอาหารที่สะอาดปลอดภัย และป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมี มีการจัดการศึกษาดูงานบุคคลที่สามารถทำการเกษตรอินทรีย์ที่ประสบผลสำเร็จ เป็นต้น

  •         การจัดตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์ มีการจัดตั้งกลุ่มในระดับตำบล ซึ่งมีประชาชนบ้านตระแบกใหญ่เข้าเป็นสมาชิก 20 ครอบครัว โดยเป็นแกนนำในการจัดทำปุ๋ยชีวภาพ ทุกหลังคาเรือนมีการจัดทำน้ำหมักชีวภาพไว้ใช้ในครัวเรือน และเก็บไว้ที่ฉางข้าวธนาคารข้าว ที่น้ำหมักที่ใช้เป็นปุ๋ยน้ำ 3 สูตรคือ สูตรเร่งการเจริญเติบโตเร่งใบ กิ่ง ราก (น้ำแม่) สูตรเร่งการติดดอกออกผล ดอก-ผล (น้ำพ่อ) และสูตรสำหรับไล่และกำจัดแมลงศัตรูพืช มีการผลิตสารไล่แมลงโดยจัดทำน้ำส้มควันไม้

กระบวนการผลิตและตรวจมาตรฐานเกษตรอินทรีย์  มีประชาชนทำการเกษตรอินทรีย์ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ

  •        กลุ่มที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทั้งหมด และกลุ่มที่ใช้ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นบางส่วน กลุ่มที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทั้งหมดส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ตำบล มีการแบ่งแปลงในการทดลองทำเกษตรอินทรีย์บางส่วนกลุ่มที่ใช้ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีนั้นจะใช้ในการรองพื้นก่อนการหว่านข้าว เมื่อมีฝนตกลงมาก็จะใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ในการหว่านข้าวอีกครั้งและขณะข้าวตั้งท้องก็หว่านปุ๋ยเคมีอีกครั้ง เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีเนื่องจากมีราคาแพงสัดส่วนการใช้ปุ๋ยเคมีกับปุ๋ยอินทรีย์นั้นขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้า อากาศ ถ้าฝนตกสม่ำเสมอมีน้ำเพียงพอ การใช้ปุ๋ยเคมีจะมีน้อยลง ถ้าฝนทิ้งช่วงจำเป็นจะต้องนำปุ๋ยเคมีมาใช้ เพื่อกระตุ้นให้ข้าวเจริญเติบโต ส่วนกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานการเกษตรอินทรีย์โดยกลุ่ม       และสำนักงานเกษตรอำเภอเขวาสินรินทร์ตรวจมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.สร.) ซึ่งเป็นมาตรฐานของจังหวัดสุรินทร์ และองค์กรเอกชนตรวจสอบในแปลงนาของสมาชิกทุกคน ในกรณีที่ผ่านการประเมินกลุ่มจะประกันราคาให้โดยขายให้กลุ่มและกลุ่มจะแปรรูปส่งไปขายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในราคากิโลกรัมละ 80 บาท
  •         กระบวนการด้านการตลาดเกษตรอินทรีย์ ข้าวที่ผ่านการรับรองมาตรฐานกลุ่มจะรับซื้อทั้งหมด       ถ้าไม่ผ่านก็เข้าสู่โรงสีตามระบบตลาดปกติ มีระบบการคัดพันธุ์โดยคณะกรรมการกลุ่มตรวจแปลงนาว่าเหมาะสมหรือไม่ ผลผลิตที่ได้โดยเฉพาะข้าวเปลือกในชุมชจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ เก็บไว้ทำพันธุ์ เก็บไว้กินและไว้จำหน่าย ซึ่งไม่เป็นปัญหา ส่วนที่เหลือในยุ้งฉาง ก็เก็บไว้กินและทำพันธุ์ สำหรับพืชผักอื่นๆ ที่ปลูกกันส่วนใหญ่ก็ขายที่ในหมู่บ้านไม่มีปัญหาเหมือนกัน

            การใช้มาตรการทางสังคม

  •        มีอาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เฝ้าระวังโดยตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือด และการตรวจหาสารปนเปื้อน 6 ในอาหาร และให้ความรู้เกี่ยวกับเลือกซื้อ การล้างผัก เป็นต้น กลุ่มเกษตรอินทรีย์ กลุ่มแกนนำชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล ส่งเสริมการจัดทำน้ำหมัก ปุ๋ยชีวภาพใช้เอง  และการส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ ประชาชนทั่วไปร่วมกิจกรรมเกษตรอินทรีย์ คณะกรรมการหมู่บ้านมีนโยบายส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนปลูกผักรับประทานเองโดยดัดแปลงยางรถยนต์ให้เป็นที่ปลูกพืชผักสวนครัวแบบเกษตรอินทรีย์ ให้ปลูกพืช 3 ชนิดโดยกำหนดคัดเลือกพืชที่มีลักษณะการเจริญเติบโตต่างกัน มีการพึ่งพาอาศัยกันและประหยัดพื้นที่ปลูก

             ผลการดำเนินส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย จากการดำเนินงานส่งผลให้ชุมชนดังนี้

  •           ประชาชนในชุมชนมีการเพิ่มสัดส่วนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มขึ้น มีการเลี้ยงวัวเพื่อเอามูลวัวมาใช้ในการจัดทำปุ๋ยอินทรีย์ มีการใช้น้ำหมักแทนการใช้สารเคมีฆ่าแมลง ชุมชนมีการเลี้ยงวัวเพิ่มขึ้นและตัดหญ้าตามคันไปเลี้ยงวัวส่งผลให้ที่นาไม่รักคนในชุมชนมีใครป่วยด้วยโรคฉี่หนู นอกจากข้าวแล้วพืชผักที่ผลิตได้จากหมู่บ้านถือว่าไม่มีการใช้สารเคมีแต่อย่างใด ทำให้ประชาชนมีการบริโภคอาหารที่สะอาดและปลอดภัย ผลการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดของประชาชนในระดับปลอดภัยเพิ่มขึ้น

  •           อัตราการใช้จ่ายในการประกอบอาชีพของประชาชนในชุมชนลดลง อาหารสามารถหาได้ในชุมชน ความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินทำให้ปลาไม่เป็นโรค ปลามีเพิ่มขึ้น กบ เขียดก็มีเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

             เกิดการเรียนรู้ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

  •            การทำเกษตรอินทรีย์ต้องเป็นตัดสินใจของสมาชิกในครอบครัวทุกคน  ถ้าต้องการให้พืชผลได้ผลต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป

  •   ที่ดินแปลงที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ปลูกพืชผัก ต้นข้าวก็จะงอกงามดี และต้นข้าวชูใบตระหง่าน สีเขียว เวลาออกรวงจะมีเมล็ดมาก ข้าวเต็มเมล็ดด้วย เวลาสีข้าวมาเมล็ดข้าวสารจะมีสีใสสำหรับผักก็จะเขียวสด อยู่ได้นานซึ่งแตกต่างกับข้าวหรือพืชผักที่ใช้ปุ๋ยเคมีจะเขียวสดไม่นานเหี่ยวเฉาเร็ว ต้นข้าวจะไม่ชูใบ เมล็ดข้าวในแต่ละรวงจะน้อยกว่า และจะมีเมล็ดลีบ เมล็ดดำร่วมด้วย เวลาสีเป็นข้าวสารเมล็ดข้าวจะขุ่นมัว แตกหักมากกว่า 

  •               การไถกลบตอซังข้าวพบว่ามีกลิ่นเหม็นข้าวไม่งาม สาเหตุน่าจะเป็นการเน่าเปื่อยของฟางข้าว ก่อให้เกิดแก๊ส ทำให้อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าว ระยะหลังไม่มีใครไถกลบอีก

  •               พบว่าน้ำหมักที่ผลิตขึ้นมีประโยชน์นอกจากใช้เป็นปุ๋ยแล้ว ยังใช้ล้างห้องน้ำ ใช้ในการเลี้ยงหมู เพื่อการกำจัดกลิ่น สำหรับน้ำหมักป้องกันและกำจัดแมลงมีการนำมาใช้ทาโค กระบือ ป้องกันแมลง และยังใช้ทาแผลกระบือด้วยปรากฏว่า หายเป็นปกติ

บทเรียนที่ได้จากการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคในบ้านตระแบกใหญ่

                           การที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนให้ได้ผลสำเร็จ แกนนำชุมชนได้สรุปเป็นแนวทางไว้ว่า

  •               การดำเนินการจะได้รับความร่วมมือ ความสนใจและสามารถดำเนินการได้ดีจะต้องเป็นปัญหาที่ใกล้ตัว ที่เกิดขึ้นจริงกับประชาชน ทั้งนี้การดำเนินงานควรเป็นไปตามวิถีชีวิตของชุมชน ไม่ควรเน้นวิชาการ ควรเน้นกระบวนการแก้ไขปัญหาเชิงสังคม

  •               การดำเนินงานต้องสม่ำเสมอ วิธีที่ดีที่สุดคือการนำปัญหาคุยกันในชุมชนอยู่เสมอ เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาด้วยกัน  เป็นแบบชวนกันคุย จะรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านได้ทันเวลา  และนำเข้าคุยในที่ประชุมหมู่บ้าน สรุปเป็นมติ และถือเป็นกติกาของหมู่บ้านต่อไป   ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ เมื่อลงมือปฏิบัติจึงเกิดปัญหาน้อย

  •               การสอนต่อโดยการใช้วิธีพ่อสอนลูก พี่สอนน้อง การสอนคนรุ่นต่อรุ่น ในการถ่ายทอดแนวคิด การทำให้ดูเป็นตัวอย่าง และมอบหน้าที่การดำเนินงานแก่คนรุ่นต่อไป พร้อมให้กำลังใจและคอยแนะนำช่วยเหลือเป็นระยะ

ข้อคิดเห็นที่ภาคภูมิใจจากการถอดบทเรียน

  •                 การถอดบทเรียนงานคุ้มครองผู้บริโภคในหมู่บ้านตระแบกใหญ่ เป็นกระบวนการถอดบทเรียนที่เกิดจากการดำเนินงานของประชาชนในชุมชนที่ผ่านมา และในระหว่างการดำเนินงานถอดบทเรียนมีการศึกษาดูงาน มีการแลกเปลี่ยนความรู้ในการดำเนินงานระหว่างหมู่บ้าน ส่งผลให้เกิดกระบวนการพัฒนาด้านการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ผลงานที่เห็นเด่นชัด คือ มีการส่งประชาชนไปเรียนรู้การทำกระถางจากยางรถยนต์เก่า ส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัวในกระถางยางรถยนต์บริเวณถนนในหมู่บ้าน การรณรงค์การรักษาความสะอาดในบริเวณหมู่บ้าน การส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวข้างบ้าน ประชาชนมีการเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงวัว การจัดทำน้ำส้มควันไม้ และการจัดทำลวดหนาม ได้นำผลการศึกษาดูงานมาปฏิบัติงานจริง โดยมีการเลี้ยงวัว การนำมูลวัวไปทำปุ๋ยชีวภาพ การทำน้ำส้มควันไม้มีการพัฒนาเตาเผาถ่านขึ้นมาใหม่ และมีกองทุนการทำลวดหนามของหมู่บ้าน การดำเนินงานในครั้งนี้ทำให้ส่งผลต่อการกระตุ้นการมีส่วนร่วมของชุมชน เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และส่งผลให้ชุมชนมีความเข้มแข็งในการดำเนินงานในที่สุด

ข้อเสนอแนะ

  •                ควรมีการนำกระบวนการเรียนรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในหมู่บ้านอื่นๆ ต่อไป เพื่อก่อให้เกิดกระบวนการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง

No Comments »

การจัดกิจกรรมการลด ละ เลิกสุรา

 การจัดกิจกรรมการลด ละ เลิกสุรา

 มูลเหตุจูงใจ

  •               เกิดจากนโยบายของภาครัฐ เมื่อกลุ่มแกนนำรับนโยบาย โดยมีการนำนโยบายมาปฏิบัติครั้งแรก โดยการประชุมจัดทำเวทีประชาคมเพื่อกำหนดเป็นแนวทางการดำเนินงาน

ตามโครงการงานศพปลอดเหล้า โดยมีการกำหนดว่า เนื่องจากเป็นนโยบายของภาครัฐที่ต้องการลด ละ เลิก การดื่มสุรา งานศพเป็นงานเศร้า เจ้าภาพไม่ได้ตระเตรียมการไว้ เป็นการซ้ำเติม

คนที่มีความทุกข์จึงมีมติไม่ให้มีการนำเหล้ามาเลี้ยงแขกที่มาช่วยงาน และทุกคนในหมู่บ้านจะต้องมีการช่วยงานเหมือนเดิม ซึ่งประชาชนบางกลุ่มคัดค้านเนื่องจากกลัวไม่มีคนช่วยงาน งาน

ไม่สนุกครื้นเครง ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนเจ้าภาพ จึงได้กำหนดว่า งานศพเป็นงานปลอดเหล้า

 การกำหนดบทบาทของประชาชน

 11.jpg  24.jpg

  • นายประหยัด เสริมสุข และนายหงส์เหิน คนึงเพียร เป็นแกนนำได้แบ่งบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการหมู่บ้านตระแบกใหญ่ เกี่ยวกับการจัดงานศพปลอดเหล้าใน

  • ชุมชน เกี่ยวกับการจัดเตรียมสถานที่ การอยู่เป็นเพื่อนเจ้าภาพ การช่วยในการต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน การชี้แจงให้แขกเข้าใจ

การดำเนินงานที่สำคัญ การดำเนินงานโครงการงานศพปลอดเหล้ามีดังนี้

  •                 การประชุมจัดทำเวทีประชาคมเพื่อกำหนดเป็นแนวทางการดำเนินงานตามโครงการงานศพปลอดเหล้า และการพูดคุยกันในเวทีประชุมประจำเดือน มีผู้ที่มีญาติเสียชีวิตไป

ช่วยงานนำประสบการณ์ที่ไปช่วยงานศพที่ดำเนินงานตามโครงการงานศพปลอดเหล้าในหมู่บ้านอื่นๆ ว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไร นำประสบการณ์ที่ได้ดำเนินการมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อหาแนว

ทางที่เหมาะสมในการดำเนินงานโครงการให้ประสบผลสำเร็จ  

                

  •                   ประสบการณ์งานศพปลอดเหล้าครั้งแรกในบ้านตระแบก เริ่มโดยร่วมปรึกษาหารือกับเจ้าภาพ ว่าจะจัดงานโดยไม่ต้องมีสุรา เจ้าภาพก็เห็นด้วย  ผลปรากฏว่ามีคนช่วยงาน

น้อยลงมาก แต่อาศัยกลุ่มแกนนำหมู่บ้าน มาช่วยงานเป็นหลักในการทำงานนี้ก็แล้วเสร็จ  ซึ่งยังไม่ค่อยได้ผลเต็มที่คือยังมีดื่มสุราอยู่ด้วยบ้าง  จึงมีการนำเข้าที่ประชุมหมู่บ้านเพื่อหาข้อแก้ไข

ปัญหา พร้อมนำเสนอข้อดี ข้อเสียของการจัดงาน ข้อเสียคือคนมาช่วยงานน้อย งานที่จัดไม่ครึกครื้นเหมือนที่แล้วมา มีข้อดีคือสามารถประหยัดเงินค่าจัดงานได้มาก เพราะเจ้าภาพบอกว่าลด

ค่าใช้จ่ายลงได้เป็นหลายหมื่นบาทและมีเงินเหลือมาเป็นค่าใช้จ่ายอย่างอื่นด้วย 

                  

  •                   โครงการงานศพปลอดเหล้าที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ คืองานศพปลอดเหล้าศพที่สี่ (งานศพนางสุมูล สุภาพ)   การจัดงานตั้งแต่เริ่มงานจนแล้วเสร็จ ไม่มีการดื่ม

 สุราในงานครั้งนี้เลย เว้นแต่ตอนใช้ทำพิธีกรรมสำคัญเท่านั้น

    

  •                      ความต่อเนื่องและการขยายต่อโครงการการดำเนินงานโครงการงานศพปลอดเหล้าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และได้ทำอย่างต่อเนื่องมานับเป็นปีที่สาม  นอกจาก

คนในหมู่บ้านจะเห็นเป็นสิ่งที่ดีแล้ว  ชาวบ้านจากหมู่บ้านอื่นที่ได้มีโอกาสมาช่วยงานก็ได้เห็นสิ่งที่ดีๆ และเอาไปบอกต่ออยากทำตาม ในปี พ.ศ. 2550 หมู่บ้านตระแบกใหญ่ได้จัดงานบุญ

ปลอดเหล้า คือ งานลอยกระทงปลอดเหล้า งานกฐินปลอดเหล้า และจะดำเนินการงานบวชปลอดเหล้าในชุมชน เพิ่มขึ้นอีก 

           

 การใช้มาตรการทางสังคม

  •        มีมติข้อตกลงของชุมชน มีคณะกรรมการคอยตักเตือนเจ้าภาพ คอยสอดส่องผู้ที่มารบกวนขอเหล้าเจ้าภาพ และมีการปิดป้ายประกาศไปติดในงานศพ งานศพงาน

เศร้า เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์ ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด  การส่งเสริมคนที่ลด ละ เลิกเหล้า มีการช่วยเหลือผู้ที่ติดเหล้าที่สามารถลด ละ เลิกเหล้าได้ โดยลงแขก

สร้างที่อยู่อาศัยให้ การไม่ให้เหล้าแทนการจ้างแรงงาน และการสอดส่องดูแลผู้ที่ติดเหล้า

ผลการดำเนินลด ละเลิกเหล้า จากการดำเนินงานส่งผลให้ชุมชนดังนี้                  

  •                    ลดค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ จากเดิมใช้เงินเป็นแสนบาท  ปัจจุบันเหลือค่าใช้จ่ายประมาณ  4 5 หมื่นบาท และมีเงินเหลือถวายวัด บางคนก็ทำเป็นกองทุนให้ลูกหลาน

ในครอบครัวได้ใช้จ่ายต่อไปอีก     

             

  •                     ชาวบ้านยังให้ความร่วมมือช่วยเหลือจัดงานกันเหมือนเดิม บรรยากาศงานดีขึ้นเพราะไม่มีคนเมาเหล้าเสียงดัง และไม่เกิดการทะเลาะวิวาทกันด้วย    

              

  •                     สามารถแก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์คือ ลดการบริโภคสุราของคนในหมู่บ้าน ลงได้ อย่างน้อยคือการจัดงานศพไม่ต้องมีการดื่มสุรา ถือเป็นกติกาของหมู่บ้าน 

 และยังมีการขยายผลไปยังกิจกรรมอื่นของหมู่บ้านได้อีกด้วย  เช่นงานลอยกระทง  ก็ไม่มีการขายสุรา       

           

  •                       มีผลดีต่อบุคคล ตัวอย่างเช่น คนที่เคยติดเหล้าจากที่มีการลดเหล้าเฉพาะวัน เข้าพรรษา ต่อมาก็เลิกเหล้าได้อย่างเด็ดขาด ถือเป็นตัวอย่างที่ดีได้ เปลี่ยนรูปแบบการบริโภค

ในกลุ่มชาวบ้านที่เคยจับกลุ่มกันดื่มสุราเป็นประจำ ก็ลดลงมาก คนที่ยังเลิกไม่ได้ ก็เปลี่ยนมาดื่มเป็น เป็ก แทนการจับกลุ่มกันเหมือนเดิม บางคนที่เคยจ้างแรงงานเป็นซื้อสุราให้ดื่ม ก็

เปลี่ยนเป็นให้เงินค่าจ้างแทน

Comments Off